คัมแบคแล้วซิส! The Babysitter: Killer Queen พี่เลี้ยงเด็กสายเชือด

ปี 2017 The Babysitter คือหนังสตรีมมิ่งจาก Netflix เรื่องหนึ่งที่ประสบความสำเร็จจากการเปิดรับชมของสมาชิก รวมไปถึงคำวิจารณ์ที่ค่อนไปในแง่บวก ปี 2020 The Babysitter: Killer Queen พร้อมกลับมากระตุกขวัญคนดูกันอีกรอบแล้ว

เกิดอะไรขึ้นใน The Babysitter

โคล คือหนุ่มน้อยวัย 12 ปีที่กำลังมีช่วงชีวิตที่สดใสกับชั้นเรียนไฮสคูล เมื่อพ่อแม่ตัดสินใจจะจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลเป็นการชั่วคราวก่อนที่พวกเขาจะออกไปเที่ยว แต่แทนที่โคลจะเข้านอนตามเวลาปกติ เขาเลือกที่จะแหกกฎตามคำท้าของเพื่อนๆว่า ให้ลองแอบดูพี่เลี้ยงว่าในยามดึกนั้น พวกเขาจะทำอะไรแก้เบื่อ จะนอนดูทีวีฆ่าเวลา หรือจะชวนหนุ่มหล่อมาเล่นจ้ำจี้กันบนโซฟา แต่โคลทายผิดทั้งหมด เพราะความเป็นจริงแล้วเมื่อเขาย่องลงบันไดมาดู ปรากฏว่าพี่เลี้ยงสุดแซ่บนั้นแท้ที่จริงแล้วเป็นสาวโรคจิตที่ยังเป็นสมาชิกลัทธิซาตานที่บ้าคลั่งเกินบรรยาย แน่นอนว่าเมื่อพี่เลี้ยงเด็กจับได้ว่าโคลรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว เธอต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้โคลหลุดปากคายความลับออกไป

The Babysitter เป็นผลงานการกำกับของแมคจี ซึ่งมีผลงานเรื่องดังอย่าง Charlie’s Angels (เวอร์ชั่นปี 2000 และ 2003) รวมถึง Terminator: Salvation ซึ่งผลงานของแมคจีมักจะมาพร้อมอารมณ์ขันร้ายๆ และมุกสองแง่สามง่ามที่ชอบเอาเรื่องสรีระสุดสะบึมของนักแสดงหญิงมาเป็นจุดขาย

โทนหนังของ The Babysitter นั้นคือหนังสยองขวัญตลกร้ายที่ตัวเอกของเรื่องอย่างโคลต้องพยายามหนีตายเอาชีวิตรอดจากพี่เลี้ยงโรคจิตและผองเพื่อน โดยฉากฆาตกรรมที่ปรากฏอยู่ในเรื่องก็จัดได้ว่าโหดเลือดสาดกระจาย ยิ่งไปกว่านั้นการที่หนังใช้เวลาปูความสัมพันธ์ระหว่างบี (ซามาร่า วีฟวิ่ง) และโคล (จูดาห์ เลวิส) ก็ยิ่งทำให้ช่วงเวลาที่ทั้งสองคนต้องมาไล่ล่ากัน ก่อนนำไปสู่บทสรุปตอนท้ายมีความทรงพลังอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

การกลับมาอีกครั้งของ The Babysitter: Killer Queen

แน่นอนเมื่อหนังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี Netflix จึงดำเนินการสร้างภาคต่อตามออกมา ซึ่งครั้งนี้ตัวหนังยังเล่าเรื่องราวของโคลที่รอดตายจากแก๊งพี่เลี้ยงเด็กมหาประลัยที่จะจับเขาไปบูชายันต์ซาตาน แต่กลายเป็นว่าหลังจากที่ทุกอย่างคลี่คลายกลับไม่มีคนรอบตัวคนไหนเชื่อไหนคำพูดของเขาแม้แต่นิดเดียว และยังโบ้ยว่าโคลเป็นเด็กเลี้ยงแกะที่ปั้นเรื่องขึ้นมา จนทำให้เขาถูกมองว่าเป็นเด็กมีปัญหา

ชีวิตของโคลไม่เคยมีความสุขเลยตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้น แต่ชีวิตวัยรุ่นที่จัดได้ว่าเลวร้ายอยู่แล้วก็ต้องวุ่นวายหนักกว่าเดิมเมื่อแก๊งพี่เลี้ยงเด็กกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งและพร้อมจะมาไล่ล่าเอาวิญญาณของโคล

จูดาห์ เลวิสยังคงกลับมารับบทบาทเดิมอีกครั้ง รวมไปถึงนักแสดงชุดเดิมอาทิ ร็อบบี้ แอเมล, เบลลา ธอร์น, แอนดรูว์ แบเชเลอร์ และ ฮานา เม ลี กลับมารับบทแก๊งพี่เลี้ยงเด็กลัทธิบูชาซาตาน แต่น่าเสียดายที่ซามาร่า วีฟวิ่งไม่ได้กลับมารวมแสดงในภาคต่อนี้

 

ซามาร่า วีฟวิ่งหญิงสาวผู้หนีตาย

จะว่าไปแล้ว The Babysitter ถือได้ว่าเป็นหนังที่แจ้งเกิดให้กับซามาร่า วีฟวิ่งอย่างเต็มตัว ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอจะมีผลงานซีรีส์ทางโทรทัศน์มากมายหลายเรื่อง แต่แทนที่เธอจะได้แจ้งเกิดจากหนังแฟนตาซีอย่าง Monster Trucks แต่ฝันก็ต้องมอดไปเพราะคุณภาพหนังจัดได้ว่าย่ำแย่จนไม่มีใครอยากจะจดจำหนังเรื่องนี้ ก่อนที่เธอจะมีมีส่วนร่วมในหนังน้ำดีอย่าง Three Billboards Outside Ebbing, Missouri ในปี 2017 แต่หนังที่ทำให้เธอได้รับการจับตามองจริงๆก็คือบทบี จาก The Babysitter

ภายหลังจาก The Babysitter อีกหนึ่งบทบาทที่โลกจดจำเธอไม่ลืมก็คือบทเจ้าสาวดวงซวยในหนัง Ready or Not โดยคืนแรกหลังจากแต่งงานเธอจะต้องเข้าร่วมประเพณีประหลาดของครอบครัวสามี โดยเกมครั้งนี้เธอมีชีวิตของตัวเองเป็นเดิมพัน วิธีการเอาชนะเกมนี้ก็ง่ายนิดเดียว นั่นคือเธอต้องอยู่รอดให้ถึงรุ่งเช้าอีกวัน แต่แน่นอนว่ามันคงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซามาร่า วีฟวิ่งยังมีผลงานในมินิซีรีส์ทาง Netflix เรื่อง Hollywood ซึ่งเธอรับบทบทเป็นแคลร์ วู๊ด และยังมีผลงานภาพยนตร์อีก 2 เรื่องอย่าง Last Moment of Clarity และ Bill & Ted Face the Music ส่วนปีหน้าเธอจะมีส่วนร่วมในหนังภาคแยกของจักรวาล G.I.Joe เรื่อง Snake Eyes: G.I. Joe Origins

และแม้ว่าซามาร่า วีฟวิ่ง จะไม่ได้กลับมาปรากฏตัวใน The Babysitter: Killer Queen ก็ตามแต่เราก็ยังคงต้องนึกถึงตัวละครนี้เพราะเธอนั้นเป็นจุดหักเหสำคัญของเหตุการณ์ในหนังภาคแรกทั้งหมด

ก่อนที่จะชม The Babysitter: Killer Queen ที่จะสตรีมมิ่งทาง Netflix วันที่ 10 กันยายนที่จะถึงนี้ก็ลองย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหนังภาคแรกกันก่อนนะครับ