Avengers: Endgame ยังไม่ได้ไขปมที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างของ Iron Man

Marvel Studio ปิดท้ายเรื่องราวของ Iron Man หรือ Tony Stark ได้อย่างน่าประทับใจโดยการเสียสละตัวเองเพื่อปิดฉากการบุกโลกของ Thanos แต่ดูเหมือนว่าผู้จัดทำจะดันลืมแก้ปมระหว่าง Tony Stark และ Bucky โดยในภาพยนตร์ Captain America: Civil War มีการเผยเนื้อเรื่องว่า Howard และ Maria Stark ไม่ได้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเหมือนกับที่ Tony Stark คิดเอาไว้ตอนแรก แต่เกิดจากการที่กลุ่ม Hydra ได้ล้างสมอง Winter Soldier และฆ่าทั้งสองคนนั่นเอง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ Captain America: Civil War ได้สร้างรอยแผลระหว่าง Tony Stark และ Steve Rogers เนื่องจากตัว Steve นั้นรู้อยู่แล้วว่า Bucky เป็นคนฆ่าพ่อกับแม่ของ Tony แต่เลือกเก็บเป็นความลับเอาไว้

หลังจากพ่ายแพ้ให้กับ Thanos ไปใน Avengers: Infinity War แล้ว เหล่าฮีโร่ที่เหลือก็เดินไปตามทางของตัวเอง แต่ใน Avengers: Endgame, Tony ก็ได้ตัดสินใจร่วมทีม Avengers อีกครั้งเพื่อข้ามเวลากลับไปเอา Infinity Store ทั้ง 6 เพื่อเรียกคนที่หายไปจาก Thanos ให้กลับมาอีกครั้ง

ในช่วงย้อนเวลากลับไปเอา Space Stone ทีม Tony ดันพลาด ปล่อย Loki หลุดมือไปได้ แต่ Tony และ Steve ได้หาทางออกโดยการร่วมมือกันโดยการข้ามเวลาอีกครั้ง ถึงแม้ว่า Marvel Studio จะไม่ได้เจาะลึกรายละเอียดว่าทั้งสองยังมีความบาดหมางหรือแตกหักกันขนาดไหน แต่สิ่งที่ปรากฏในภาพยนตร์คือทั้งคู่วางทุกอย่างไว้ข้างหลัง แล้วร่วมมือกันทำในสิ่งที่จำเป็น

tony stark steve rogers

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่าง Tony และ Steve กลับไม่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับ Tony และ Bucky จนกระทั่งจบ Avengers: Endgame ก็ยังไม่รู้ว่าปมระหว่าง Tony และ Bucky คลี่คลายลงหรือไม่ อย่างไร อันที่จริงไม่มีแม้แต่ปฏิสัมพันธ์ใด ๆ เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ

ตอนนี้จึงได้แค่เพียงคาดการณ์ว่า Marvel จะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปโดยไม่ติดใจอะไร เพราะการที่ Tony Stark ได้กลับไปเห็นพ่อ Howard Stark ก็อาจจะเพียงพอแล้ว

ตกลง Captain America สามารถยกค้อน Mjolnir ได้ตั้งนานแล้วหรือเปล่า

หลายคนคงจำโมเมนท์สุดเท่ได้ใน Avengers: Endgame กับฉากที่ Cap เรียกค้อน Mjolnir มาใช้สู้กับ Thanos จน Thor ถึงกับออกปากบอกว่า “ฉันรู้อยู่แล้ว”

ตกลง Captain America สามารถยกค้อน Mjolnir ได้ตั้งนานแล้วหรือเปล่า?
https://mcuexchange.com/captain-america-avengers-endgame-worthy/

และประโยคนั้นก็เป็นการกล่าวถึงฉากนึงใน Avengers: Age of Ultron กับฉากที่เหล่าสมาชิก Avengers รับคำท้าจาก Thor ให้ยกค้อนนี้ แต่ก็มีเพียง Cap นี่แหละที่สามารถทำให้มันขยับได้

ทางด้านผู้เขียนบท Endgame อย่าง Christopher Markus และ Stephen McFeely ได้บอกเอาไว้ว่าตอนนั้นเขายังยกไม่ได้จริงๆ

ComicBook.com

@ComicBook

I’d say he’s not completely worthy yet. He still has the secret of Tony’s parents’ death to resolve. -CM https://twitter.com/acjlist/status/1254941552763449344 

The Captain@acjlist

.@ComicBook @Russo_Brothers Big question – when Steve nearly picks up the hammer in Avengers 2 – does he choose not to or is he not worthy until after the reveal in Civil War and thus able to pick it up now? #QuarantineWatchParty #AvengersAssemble

245 people are talking about this

ผมอยากจะบอกว่าตอนนั้นเขายังไม่คู่ควร เขายังเก็บความลับเรื่องการตายของพ่อแม่ Tony อยู่

จนนำไปสู่เหตุการณ์ใน Captain America: Civil War ที่ตัวของ Bucky Barnes “The Winter Soldier” ต้องรับผิดชอบกับการตายของ Howard และ Maria Stark ในวันที่ 16 ธันวาคม 1991

ตกลง Captain America สามารถยกค้อน Mjolnir ได้ตั้งนานแล้วหรือเปล่า?
https://www.quora.com/How-did-Captain-America-know-Bucky-had-killed-Tony-Starks-parents

แต่ก่อนหน้านี้สองพี่น้อง Russo ผู้กำกับ Avengers: Endgame เคยออกมาบอกว่า Captain America ยกค้อนได้ตั้งแต่ใน Age of Ultron แล้ว แต่เหตุผลที่เขาไม่ยกมันขึ้นมาก็เพราะไม่อยากทำให้ Thor เพื่อนของเขาเสียหน้า…และตัวของ Kevin Feige ก็เคยออกมายืนยันเรื่องนี้เหมือนกันว่า Cap คู่ควรตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว สามารถยกค้อนได้ในตอนนั้นจริงๆ นะ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคนที่จะบอกเรื่องนี้ได้ดีที่สุดไม่ใช่ Christopher Markus และ Stephen McFeely และก็ไม่ใช่สองพี่น้อง Russo ด้วย แต่เป็น Josh Whedon ต่างหาก! เพราะเขาเป็นคนกำกับและเขียนบทใน Avengers: Age of Ultron นั่นเอง

ตกลง Captain America สามารถยกค้อน Mjolnir ได้ตั้งนานแล้วหรือเปล่า?
https://www.vulture.com/2015/04/how-age-of-ultron-nearly-broke-joss-whedon.html

ที่มา : www.cinemablend.com , www.looper.com , comicbook.com

Avengers: Endgame นำทีม ฉากจากหนังที่ดีที่สุดแห่งปี 2019

Avengers: Endgame นำทีม ฉากจากหนังที่ดีที่สุดแห่งปี 2019

ผ่านมา 11 เดือนแล้วสำหรับปี 2019 หากไม่นับอีก 1 เดือนที่เหลืออยู่ซึ่งจะมีหนังใหญ่อย่าง Star Wars ภาคที่ 9 และหนังดราม่าล่ารางวัลอีกหลายเรื่องทยอยเปิดตัว ตลอดทั้ง 11 เดือนของปีนี้ คอหนังก็ได้รับชมหนังหลากหลายแนวเหมือนเช่นทุกปี ในโอกาสเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้าของชาวตะวันตก เว็บไซต์ Movieweb ถือโอกาสนี้ย้อนกลับไปดูว่า ฉากเด็ดโดนใจในภาพยนตร์เรื่องไหนบ้างที่แซ่บเวอร์ สุดยอด หรือต้องตบเข่าดังฉาด ร้อง “ขอบคุณพระเจ้า” ที่ดลบันดาลให้เหล่าผู้สร้างผู้กำกับหนังทั้งหลาย สร้างซีนเด็ด ๆ เหล่านี้ออกมา ชาว What The Fact ลองมาดูกันว่า มีฉากไหนที่โดนใจเราด้วยเหมือนกัน

Avengers ประจัญบาน (Avengers: Endgame)

Avengers: End Game

Avengers: Endgame

หนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปีนี้และอาจจะเรียกได้ว่า ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลสำหรับแฟนหนังซูเปอร์ฮีโรและแฟนหนังมาร์เวล ฉากการประจัญบานหลังจากกัปตันอเมริกาพูดคำว่า “Assemble” เปรียบเสมือนจุดสิ้นสุดหรือปลายทางที่รอคอยกันมาตั้งแต่หนังเรื่องแรก Iron Man ในปี 2008 (จริง ๆ ในโรงภาพยนตร์ก็ได้ยินเสียงฮือฮา ตั้งแต่ได้ยินเสียงของฟัลคอนลอยมา ก่อนประตูมิติจะเปิดและทยอยขนพลพรรคมาร่วมรบ) ผู้กำกับพี่น้อง Russo ฉลาดในการสร้างซีนการต่อสู้ที่ค่อย ๆ บิวด์อารมณ์ เปิดศึกกับธานอสด้วยขวัญใจ Avengers รุ่นแรกก่อน อย่างกัปตันอเมริกา ธอร์ และไอรอนแมน ก่อนที่จะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ และมีเพื่อน ๆ มาช่วยอีกคำรบ ซึ่งก็ถือเป็นการกระจายบทบาทของตัวละครที่มีมากกว่า 20 ตัวได้ดี เราได้เห็นฉากรวมฮีโรฝ่ายหญิงแบบเท่ ๆ ฉากกอดที่คิดถึงและเป็นกอดสุดท้ายเรียกน้ำตาระหว่างโทนี สตาร์คและปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ ฉากเปิดตัวอันทรงพลังของกัปตันมาร์เวล ฉากหมอแปลกมอบทางเลือกสุดท้ายเพียงหนึ่งเดียวให้กับไอรอนแมน ก่อนจะปิดท้ายด้วยความเศร้าตอนท้ายเรื่อง ครบรสและอิ่มเอมเหมือนที่หลายคนเอาไปเปรียบเทียบกับฉากรบสุดท้ายของ The Lord of the Rings พูดได้เลยว่า นี่คือฉากรวมพลประจัญบานของเหล่าฮีโรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา ต้องขอบคุณมาร์เวลที่สร้างช่วงเวลา 10 ปีที่ทรงคุณค่าและสร้างหนังที่สนองนีดแฟน ๆ ได้ถึงอกถึงใจตลอดมา

ความวินาศสันตะโรของสาวก Manson ที่บุกเข้าบ้านผิดหลัง (Once Upon a Time in Hollywood)

Once Upon a Time in Hollywood

Once Upon a Time in Hollywood

(สปอยล์) อีกหนึ่งผู้กำกับสุดกวนที่ทำหนังแบบไม่แคร์โลกความเป็นจริง ต้องยกให้ Quentin Tarantino ที่เคยฆ่าฮิตเลอร์อย่างเมามันมาแล้วใน Inglorious Basterds (2010) เขากลับมาทำแบบเดิมอีกครั้งในหนังที่เล่าเรื่องราวโศกนาฏกรรมของชารอน เทต นักแสดงสาวภรรยาของผู้กำกับ Roman Polanski ที่ถูกสังหารโดยเหล่าสาวกวัยรุ่นที่ถูกหลอนประสานโดยหัวหน้าลัทธิชาร์ล แมนสัน คอหนังหลายคนก็เตรียมใจไว้ก่อนแล้ว เพื่อเข้าไปดูฉากฆาตกรรมสุดสะเทือนขวัญนี้ แต่กลายเป็นว่า Tarantino หักหลังคนดูอย่างร้ายกาจ ด้วยการให้เหล่าสาวกดันเกิดไม่พอใจริค ดาลตัน ตัวละครของ Leonardo DiCaprio นักแสดงตกอับที่อยู่บ้านข้าง ๆ เทต ที่ออกมาด่าสาดเสียเทเสียขณะที่พวกเขาจอดติดเครื่องรถเสียงดัง ขณะรอจังหวะบุกบ้านเทต เหล่าวัยรุ่นเลยเปลี่ยนใจขอบุกบ้านดาลตันแทน และดันไปเจอกับคลิฟ บูธ สตั๊นแมนท์สายโหดจอมบู๊เพื่อนของริค ตัวละครของ Brad Pitt และสุนัขสุดโหดแบรนดี้ หนึ่งเจ้านายหนึ่งหมาเลยเล่นงานพวกตัวร้ายซะหงายเก๋ง ต้องขอบคุณ Tarantino ทีมอบฉากอันบันเทิงที่สุดของเรื่อง และทำให้อย่างน้อย ๆ ชารอน เทต และลูกน้อยในท้องอายุครรภ์ 8 เดือน ก็ไม่ต้องตายในโลกสมมติเรื่องนี้ซ้ำอีกรอบ

ทุกฉากทุกตอนของหนังแก๊งสเตอร์ทุนสร้างมหาศาล (The Irishman)

The Irishman

The Irishman

เพิ่งเข้าฉายในสัปดาห์วันขอบคุณพระเจ้านี้เอง สำหรับหนังที่ผู้กำกับมือเก๋าอย่างคุณปู่ Martin Scorsese ตั้งใจอยากจะสร้างมาหลายสิบปี แต่เพราะต้องใช้ทุนสร้างราคาแพงไปกับการลดอายุตัวละครหลักทั้ง 3 (หนังเล่าเรื่องตอนช่วงของตัวละครที่มีทั้งตอนอายุ 50 และ 70 ปี) ประจวบเหมาะกับที่ Scorsese ตกลงกับ Netflix เกี่ยวกับทุนสร้างสนนราคาที่ 175 ล้านเหรียญฯ อันจะต้องใช้ไปกับเทคโนโลยี De-Aging ได้อย่างลงตัว Netflix ที่ก็อยากตบหน้าคณะกรรมการออสการ์อีกครั้ง หลังคณะกรรมการพยายามขัดขวางไม่ให้หนังจาก Netflix ได้มีที่ยืนบนเวทีรางวัล (ล้มเหลวไปแล้วกับ Roma ที่ถูกสรรเสริญอย่างมากเมื่อปีก่อน) จึงได้สมหวังกับการมีหนังของผู้กำกับชั้นครูมาอยู่ในสตรีมมิง หลายเสียงชื่นชมมีให้กับหนังแก๊งเสตอร์ความยาว 3 ชั่วโมงครึ่งที่น่าจะเป็นอีกมาสเตอร์พีซตลอดกาล จากฝีมือของผู้กำกับที่ทำหนังแนวนี้ได้ดีที่สุดอย่างไม่มีเบอร์สอง (ประณีตบรรจงถ่ายวันละแค่ 3 ซีนต่อวัน ตลอด 108 วันของการถ่ายทำ) คงต้องขอบคุณทั้ง Netflix ที่กล้าเสี่ยงลงทุน และขอบคุณปู่ Martin ที่ยังมีแรงทำหนังที่เต็มไปด้วยศาสตร์และศิลป์ (อย่างที่ไม่ใช่สวนสนุก?)

ฮิตเลอร์ลอยออกนอกหน้าต่าง (Jojo Rabbit)

Jojo Rabbit

Jojo Rabbit

ผู้กำกับสุดแนวอย่าง Taika Waititi ผู้กำกับหนังอย่าง Thor: Ragnarok (2017) และจะได้กลับมากำกับ Thor: Love and Thunder ก็มีผลงานเพี๊ยน ๆ แนว ๆ ออกมาในปีนี้เช่นกัน ชื่อว่า Jojo Rabbit (ยังไม่เข้าฉายในไทยและน่าจะไม่ได้เข้า) ที่ตัวเขาเองได้มารับบทเป็นฮิตเลอร์ หนังเป็นเรื่องราวของโจโจ ตัวละครหลักที่เป็นเพื่อนในจินตนาการของฮิตเลอร์ รับบทโดยนักแสดงเด็ก Roman Griffin Davis (ต่อไปนี้สปอยล์) ตลอดทั้งเรื่อง ฮิตเลอร์จะให้คำแนะนำและคำสอนผิด ๆ แก่โจโจ ซึ่งพอตอนจบที่โจโจได้เรียนรู้แล้วว่า ฮิตเลอร์พร่ำสอนเขาแต่เรื่องเลวทราม จึงได้รวบรวมความกล้าหาญเตะฮิตเลอร์ลอยออกนอกหน้าต่างไป ซึ่งเป็นฉากที่โดนใจที่สุดแล้วของหนังเรื่องนี้ หนังยังได้นักแสดงอย่าง Scarlett Johansson และ Sam Rockwell มาสมทบด้วย ขอบคุณ Waititi ที่ยังกล้าทำหนังแนว ๆ (…แนวถูกใจตัวเอง) แต่ก็เป็นหนังที่คงความอาร์ตและแหวกแนวได้อย่างไม่เสื่อมคลาย

โจ๊กเกอร์เต้นรำกลางบันได (Joker)

Joker

Joker

ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ผู้คนต่างพากันกังวลว่ามีเรื่องร้าย ๆ อะไรเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตอนที่หนัง Joker เข้าฉาย (อย่างตอน The Dark Knight Rises ก็เกิดเหตุกราดยิงในโรงภาพยนตร์จนมีผู้เสียชีวิต) เพราะนับตั้งแต่หนังปล่อยตัวอย่างออกมา จนกระทั่งเริ่มมีนักวิจารณ์ได้ชมมากคนเข้าเรื่อย ๆ ทุกคนต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า หนังเต็มไปด้วยความเศร้าซึม (ไม่เหมาะกับผู้เป็นโรคหรือภาวะซึมเศร้าจะรับชม) ที่อาจทวีก่อเกิดเป็นความรุนแรงกับฉากปลุกระดมในตอนท้ายเรื่อง ถึงขนาดเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของสหรัฐฯ ปิดประกาศเตือนให้ระแวดระวังความรุนแรงหน้าโรงภาพยนตร์ทุกแห่งที่ฉายหนังเรื่องนี้ แต่ถึงอย่างนั้น หนังก็มีฉากที่น่าจดจำที่สุดของเรื่องโดยปราศจากความรุนแรงใด ๆ (แต่อาจเต็มไปด้วยความขนพองสยองเกล้าแทน) นั่นคือ ฉากที่โจ๊กเกอร์เต้นรำไปกับเพลง Rock and Roll Part 2 ของ Gary Glitter บนบันไดบรู๊คลินของเมืองนิวยอร์ก ก่อนที่เขาจะไปปฏิบัติการในฉากไคลแมกซ์ท้ายเรื่อง จนอาจพูดแบบตลกร้ายได้ว่า นี่เป็นหนังที่รุนแรงที่สุดแห่งปี แต่กลับมีฉากที่ทรงพลังที่สุดเป็น “ฉากเต้น” และไม่มีปืนหรืออาวุธร้ายแรงอยู่ในฉากนี้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว (เบื้องหลังของฉากนี้ นักแสดง Joaquin Phoenix บิวด์ตัวเองให้เต้นรำโดยไม่มีการเปิดเพลงประกอบขณะถ่ายทำเลย) ขอบคุณผู้กำกับ Tod Phillips ที่พลิกโฉมและนำความสดใหม่ ความงานคราฟท์อันงดงาม มามอบให้กับหนังตระกูลซูเปอร์ฮีโรสายดาร์ก

จีนี่จ๋าพาเจ้าชายอะลาดินขึ้นขบวนแห่เข้าเมือง (Aladdin)

Aladdin

Aladdin

หนังที่ถูกคาดหมายว่าจะเป็นยักษ์ล้มเรื่องแรกของหนัง Live Action เทพนิยายของ Disney แต่ทำไปทำมาก็กลับกลายเป็นหนังที่ทำเงินทั่วโลกไปเกิน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นหนังที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลของนักแสดงอย่าง Will Smith ด้วย Aladdin กลายเป็นความบันเทิงสำหรับทุกคนในครอบครัวโดยแท้ เพราะเต็มไปด้วยเรื่องราวแฟนตาซีสุดมหัศจรรย์ ลิง นกยักษ์ พรมวิเศษ และแน่นอน เพลงประกอบที่ทำให้คนดูแทบจะอยากลุกขึ้นร้องและเต้นตามขณะที่ได้ชม แม้ว่าโดยภาพรวมก็จะเหมือน ๆ กับหนัง Live Action ของ Disney เรื่องอื่น ๆ ที่ก็อปฉบับการ์ตูนมาแบบช็อตต่อช็อต Will Smith ขับร้องเพลง Friend Like Me ได้อย่างสนุกสนานในฉากที่ยักษ์จีนี่ตัวสีฟ้า เสกให้อะลาดินกลายเป็นเจ้าชายอาลี แล้วพาขึ้นขบวนแห่มาสู่แนะนำตัวเพื่อสู่ขอเจ้าหญิงจัสมินจากเจ้าเมือง ฉากเวอร์วังอลังการนี้แทบจะทำให้นึกถึงสุนทรียภาพของขบวนแห่ในหนัง Raiders of the Lost Ark (1981) (หรือ Indiana Jones ภาคแรก) กันเลยทีเดียว ขอบคุณ Will Smith และ Guy Ritchie ผู้กำกับ ที่ทำให้ฉากนี้กลายเป็นฉากที่ทำให้คนดูยิ้มกว้างที่สุดในรอบปี

ฉากการต่อสู้บนหลังม้า (John Wick: Chapter 3-Parabellum)

John Wick: Chapter 3-Parabellum

John Wick: Chapter 3-Parabellum

Keanu Reeves ได้ปีนี้เป็นปีทองหลังจากเงียบหายนาน เพราะความสำเร็จของ John Wick ภาค 3 ที่สุกงอมจนทำให้กลายเป็นหนังไตรภาคที่ประสบความสำเร็จ (รายได้ภาค 3 ของ John Wick ทำได้มากกว่าภาค 3 ของ The Matrix) จนทำให้ภาค 4 มารอจ่อถ่ายทำอยู่ทั้ง 2 เรื่องที่ว่า จุดขายที่โดดเด่นมาทุกภาคของเหล่านักล่าของ The Continental ก็คือฉากการต่อสู้ที่ดิบ เถื่อน สมจริง ของผู้กำกับทุกภาคที่ผ่านมาซึ่งเคยเป็นทีมสตั๊นแมนท์ของ The Matrix มาก่อน ในภาค 3 นี้ ฉากที่เป็นที่ประทับใจของคอหนังบู๊ ก็คือฉากต่อสู้บนหลังม้าของจอห์นระหว่างหนีจากการตามล่าของแก๊งมอร์เตอร์ไซค์นินจา ซึ่งเป็นฉากของเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องทันทีจากตอนจบในภาค 2 หลังจอห์นถูกอัปเปหิจากองค์กรนักฆ่าและต้องเริ่มหนีจากการไล่ล่าอย่างหัวซุกหัวซุน นอกจากนั้นหนังก็ยังมอบความบันเทิงแบบแอ็กชันจัดเต็ม ทั้งฉากหมัดแลกหมัด ต่อสู้ด้วยมีด ดาบ และฉาก long-take การต่อสู้แบบไม่มีคัท ขอบคุณความแก่แต่เก๋าของป๋าที่ยังมาเล่นหนังบู๊ได้อย่างมันหยดขนาดนี้ในวัย 50 กว่าแบบนี้

อ้างอิง Movieweb

เซบาสเตียน สแตน เปิดใจ บักกี บาร์นส รู้สึกอย่างไรในช่วงท้ายหนัง Avengers: Endgame

เนื้อหาด้านล่างสปอยล์หนัง Avengers: Endgame

เป็นที่รู้กันแล้วว่าหนังรวมดาวซูเปอร์ฮีโร่ Avengers: Endgame นั้นไม่เพียงแต่บอกเล่าเรื่องราวของการพลิกสถานการณ์ตอบโต้แผนการที่ธานอสได้ทำไว้ใน หนัง Avengers: Infinity War เท่านั้น แต่ยังเป็นหนังที่เล่าเรื่องราวอันเป็นบทสรุปในหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นในจักรวาลหนังมาร์เวลที่ดำเนินมาตลอดในช่วงสิบปีที่ผ่านมา 

และดูเหมือนว่าหนังก็บอกเล่าให้เห็นความสัมพันธ์ของสองตัวละคร สตีฟ โรเจอร์ส และ บักกี บาร์นสที่แรกเริ่มเดิมทีนั้นทั้งสองคนเติบโตขึ้นมาบนเส้นทางสายทหารรับใช้ชาติบ้านเมือง ทว่าหลังจากนี้จะไม่มี กัปตันอเมริกา ออกปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติแล้ว แต่ยังมี วินเตอร์โซลเยอร์ ที่ยังคงก้าวเดินบนเส้นทางนี้ต่อไป

นักแสดงหนุ่ม เซบาสเตียน สแตน (Sebastian Stan) ผู้รับบท บักกี บาร์นส ได้ขึ้นเวที MCM ในลอนดอน ตอบคำถามที่แฟน ๆ ถามเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ โดยเขาได้พูดถึงประโยคสนทนาในช่วงสุดท้ายของ หนัง ​Avengers: Endgame ก่อนที่ สตีฟ โรเจอร์ส จะย้อนกลับไปในอดีตเพื่อเอาอินฟินิตีสโตนส์ไปคืนยังช่วงเวลาต่าง ๆ สิ่งที่สองตัวละครนี้ได้พูดคุยกันและกอดกันนั้นให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการบอกลากันและกัน

เมื่อผมรู้ว่าเราต้องถ่ายทำในฉากนั้น ซึ่งนับถอยหลังอีก 40 นาทีจะเริ่มถ่ายทำ ผมบอกว่าคุณไม่คิดเหรอว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาจริง ๆ ไม่มีอะไรที่อยากจะพูดมากกว่านี้เหรอ 

แต่หลังจากที่สองพี่น้องรุสโซผู้กำกับออกมาบอกว่า พวกนายมีบทสนทนาที่ต้องพูดคุยกัน นายมีช่วงเวลาแบบนั้น นายก็รู้ว่ามันจะต้องเกิดขึ้น นายก็รู้ว่าเขาทำอะไรอยู่ และในการโต้ตอบกันครั้งสุดท้ายมันมีนัยซ่อนอยู่มากมาย แบบว่า เอาล่ะ เป็นแบบนี้สินะ เราคงจะได้เจอกันเมื่อชาติต้องการนะ 

นอกจากนี้ เซบาสเตียน สแตน ยังได้พูดถึงฉากที่ สตีฟ โรเจอร์ส กลับมายังปัจจุบันในสภาพที่แก่ชราแล้ว และตัดสินใจมอบโล่ของเขาให้กับ แซม วิลสัน หรือ ฟัลคอน ว่า

ผมคิดว่ามันมีหลากหลายอารมณ์ที่เกิดขึ้น มันแตกต่างจากในคอมิกส์อย่างสิ้นเชิง ผมประทับใจจริง ๆ นะที่ผู้คนมากมายมีอารมณ์ร่วมไปฉากดังกล่าวและอยากให้บักกีเป็นผู้ถือโล่คนต่อไป ถ้าคุณลองคิดดี ๆ แล้วมันไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขาในการที่จะได้โล่มาไว้กับตัว

สำหรับผมแล้ว การที่สตีฟไม่ได้ให้โล่กับบักกีเท่ากับเป็นการให้อิสระกับบักกี และปลดปล่อยตัวเขาให้เป็นอิสระด้วย พวกเขาต่างใช้เวลาของตัวเองตั้งแต่ยุค 50s มาจนถึงตอนนี้เพื่อปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด ขระเดียวกันพวกเขาต่างก็มีอิสระเป็นของตัวเองแล้ว และแซมเป็นตัวละครที่น่าไว้วางใจคนหนึ่ง

ก่อนหน้านี้นั้นผู้กำกับ หนัง Avengers: Endgame อย่าง โจ รุสโซ จะได้ออกมาอธิบายแล้วว่า ทำไม สตีฟ โรเจอร์ส ถึงมอบโล่ให้กับฟัลคอน 

พร้อมกับบอกเล่าความรู้สึกของ บักกี บาร์นส เมื่อรู้ว่า สตีฟ โรเจอร์ส ตัดสินใจใช้เวลาหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจทุกอย่างไปอยู่กับคนที่เขารักว่า

เห็นได้ชัดว่าบักกีรู้สึกยินดีไปกับสตีฟด้วย ผู้ชายคนนี้ต่อสู้มาอย่างยาวนานเพื่อผู้หญิงคนนี้อย่างแท้จริง ในความคิดของผม เขามีความสุข

หลังจากนี้ก็คงจะได้ติดตามเรื่องราวของ วินเตอร์โซลเยอร์ และ ฟัลคอน ที่พร้อมจะออกปฏิบัติการร่วมกันใน ซีรีส์ Falcon & Winter Soldier ในช่องทาง Disney+ ที่เตรียมจะเปิดให้บริการในช่วงสิ้นปีนี้

ข้อมูลจากเว็บไซต์ comicbook.com

Avengers: Endgame

หลังจากเหตุการณ์ทำลายล้างเหล่าสิ่งมีชีวิตไปครึ่งจักรวาลใน หนัง Avengers: Infinity War(2018) ทำให้จักรวาลอยู่ในความหายนะ และด้วยความเชื่อเหล่าจากพันธมิตร เหล่าอเวนเจอร์สจึงกลับมารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อแก้ไขในสิ่งที่ธานอสได้ทำไว้ และทำให้จักรวาลกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง

ทำไมถึงไม่มีงานศพของซูเปอร์ฮีโร่คนนี้? ผู้กำกับหนังมีคำตอบ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนังรวมดาวซูเปอร์ฮีโร่ Avengers: Endgame ที่นอกจากจะเป็นบทสรุปเรื่องราวของหนังจักรวาลมาร์เวลทั้ง 21 เรื่องก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าจะมีหลายตัวละครไม่ได้ไปต่อ เพราะเสียชีวิตในหนังเรื่องนี้

หนึ่งในผู้เสียชีวิตก็คือสาวสุดแกร่ง นาตาชา โรมานอฟ ฉายา แบล็กวิโดว์ ที่อยู่ร่วมปฏิบัติการกับอเวนเจอร์สในหนังมาแล้วแทบทุกภาค แม้ว่าตัวเองจะไม่ได้มีพลังพิเศษเหมือนซูเปอร์ฮีโร่คนอื่น ๆ แต่ด้วยความสามารถที่เธอได้ฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ตัวละครตัวนี้เคียงบ่าเคียงไหล่กับซูเปอร์ฮีโร่คนอื่น ๆ ได้อย่างไม่น้อยหน้า

และการเสียสละตัวเองในดาวโวลเมียร์ เพื่อให้ ฮอว์กอาย ได้หินโซลสโตนกลับไปทำให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงนั้น ก็สร้างความสะเทือนใจให้แฟนหนังที่ติดตามเธอมาตลอดไม่น้อยเลย จึงมีคำถามที่น่าสนใจถามทางผู้กำกับในงาน Q&A ว่าทำไมแบล็กวิโดว์ถึงไม่จัดงานศพให้เธอ

โจ รุสโซ หนึ่งในผู้กำกับ หนัง Avengers: Endgame ได้เล่าแจ้งแถลงไขไว้ดังนี้

คุณลืมไปหรือเปล่าในตอนที่เหล่าซูเปอร์ฮีโร่แสดงความเสียใจให้กับเธอหลังจากที่กลับมาจากอดีตกันแล้ว ไม่แน่ว่างานศพของเธออาจจะจัดขึ้นไปแล้ว โดยไม่ได้ถ่ายให้เห็น ไม่แน่ว่างานศพของเธออาจจะมีให้เห็นในอนาคต หนังเรื่องนี้มีเรื่องราวในจักรวาลมาร์เวลมากมายมหาศาลที่รอให้บอกเล่าอยู่

นอกจากนี้ยังมีคำถามที่น่าสนใจที่พูดถึงดาวโวลเมียร์อีกด้วย ซึ่งหลายคนคงทราบแล้วว่า เรดสกัลล์ ผู้ที่เคยเป็นคู่ปรับกับ กัปตันอเมริกา ใน หนัง Captain America: The First Avenger มาทำหน้าที่เป็นไกด์แนะนำให้กับผู้คนที่ต้องการโซลสโตน

ในช่วงท้ายของ หนัง Avengers: Endgame ที่กัปตันอเมริกาอาสาจะนำอินฟินิตีสโตนส์ไปคืนตามสถานที่ต่าง ๆ นั้น กัปตันอเมริกาก็คงจะได้เจอกับเรดสกัลล์เป็นแน่ แล้วทั้งคู่ได้สู้กันหรือเปล่า ซึ่ง โจ รุสโซ ก็ได้อธิบายว่า

เรดสกัลล์จะเอาโซลสโตนไปเก็บไว้ในที่ที่ของมัน และรอคอยผู้โชคร้ายรายต่อไปที่จะตามหาหินก้อนนี้มาเสียสละชีวิตของคนรักตัวเอง กัปตันอเมริกาและเรดสกัลล์จะไม่ต่อสู้กัน นั่นเป็นเพราะว่าภารกิจของกัปตันอเมริกาคือการเอาหินไปคืนในสถานที่ที่มันควรอยู่

และเรดสกัลล์ที่อยู่บนดาวโวลเมียร์หาใช่เรดสกัลล์คนร้ายคนเดิมที่เคยเจอกันในหนัง Captain America: The First Avenger ไม่ เขาเหมือนเป็นผีมากกว่า เขาแตกต่างอย่างสิ้นเชิงไปแล้ว เขาดำรงอยู่เพื่อเฝ้ารักษาหิน อดีตที่ผ่านมาอาจจะคงอยู่หรือไม่คงอยู่ในความทรงจำของเขา

ข้อมูลจากเว็บไซต์ reddit.com

Avengers: Endgame

หลังจากเหตุการณ์ทำลายล้างเหล่าสิ่งมีชีวิตไปครึ่งจักรวาลใน หนัง Avengers: Infinity War(2018) ทำให้จักรวาลอยู่ในความหายนะ และด้วยความเชื่อเหล่าจากพันธมิตร เหล่าอเวนเจอร์สจึงกลับมารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อแก้ไขในสิ่งที่ธานอสได้ทำไว้ และทำให้จักรวาลกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง

Avengers: Endgame เข้าฉายในไทยแล้ววันนี้

บรี ลาร์สัน เผยเบื้องหลังการถ่ายทำฉากเอนด์เครดิตตัวแรก ในหนัง Captain Marvel

Embedded video

Marvel Studios

@MarvelStudios

“Where’s Fury?”

22.4K people are talking about this

เชื่อว่าทุกคนที่ได้ดูหนังซูเปอร์ฮีโร่สาว Captain Marvel ไปก่อนหน้านี้ คงได้ดูเอนด์เครดิตของหนังที่เชื่อมโยงไปยัง หนัง Avengers: Endgame ซึ่งเป็นฉากที่ แบล็กวิโดว์, กัปตันอเมริกา, บรูซ แบนเนอร์ และ เจมส์​ โรดส์ กำลังคุยกันถึงเพจเจอร์ซึ่งดับไปแล้ว และทันใดนั้นเอง กัปตันมาร์เวล ก็โผล่มาแล้วถามว่า ฟิวรีไปไหน

ดูเหมือนว่าฉากเอนด์เครดิตนี้จะนักแสดงสาว บรี ลาร์สัน (Brie Larson) ผู้รับบทเป็น กัปตันมาร์เวลจะไม่ได้แสดงร่วมกับ สการ์เล็ตต์​ โจแฮนส์สัน (Scarlett Johansson), คริส อีแวนส์ (Chris Evans), ดอน ชีเดิล (Don Cheadle) และ มาร์ก รัฟฟาโล (Mark Ruffalo) มีเฉพาะแค่ตัวเธอเพียงลำพังเท่านั้น

ซึ่งเรื่องนี้ได้เปิดเผยออกมาเมื่อเธอได้เดินสายโปรโมต หนัง Avengers: Endgame ในรายการ The Tonight Show Starring Jimmy Fallon โดยช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์นั้นเธอได้บอกเล่าช่วงเวลาที่เธอได้ถ่ายทำเอนด์เครดิตตัวนี้ เอาเข้าจริงแล้วตัวเธอเองก็สับสนเหมือนกันว่าฉากที่เธอถ่ายอยู่นั้นเป็นฉากอะไรกันแน่ 

ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นเอนด์เครดิตของหนัง Captain Marvel ฉันไม่รู้ว่าเราถ่ายทำอะไรด้วยซ้ำ ตรงนั้นไม่มีใครอยู่เลย ฉันอยู่ตรงนั้นกับกรีนสกรีน ฉันเล่นกับตัวเองในกรีนสกรีน ฉันเดินเข้าไป และพวกเขาก็บอกประมาณว่า ทำเร็ว ๆ หน่อย เราจะแพนกล้องไปที่คุณ และคุณก็จะพูดว่า “ฟิวรีไปไหน”

หลังจากที่ หนัง Captain Marvel เข้าฉายอย่างเป็นทางการ เธอก็คงรู้แล้วว่าฉากที่เธอถ่ายนั้นเป็นฉากอะไร และมีความสำคัญกับ หนัง Avengers: Endgame อีกด้วย

ข้อมูลจากเว็บไซต์ heroichollywood.com

Avengers: Endgame

หลังจากเหตุการณ์ทำลายล้างเหล่าสิ่งมีชีวิตไปครึ่งจักรวาลใน หนัง Avengers: Infinity War(2018) ทำให้จักรวาลอยู่ในความหายนะ และด้วยความเชื่อเหล่าจากพันธมิตร เหล่าอเวนเจอร์สจึงกลับมารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อแก้ไขในสิ่งที่ธานอสได้ทำไว้ และทำให้จักรวาลกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง

Avengers: Endgame เข้าฉายในไทยแล้ววันนี้

บรี ลาร์สัน ขอบคุณแฟน ๆ ที่ชื่นชอบ Captain Marvel ในวันที่หนังทำรายได้ทะลุพันล้านเหรียญ

และด้วยตัวเลขนี้เองที่ทำให้ หนัง Captain Marvel อยู่ในลำดับที่ 7 ของหนังในจักรวาลมาร์เวลที่ทำรายได้สูงที่สุด และยังทำรายได้เป็นอันดับที่ 2 ของหนังเดี่ยวซูเปอร์ฮีโร่ ซึ่งเป็นรองจาก หนัง Black Panther ที่ทำรายได้อยู่ที่ 1,346.9 ล้านเหรียญ

ก่อนหน้านี้ บรี ลาร์สัน (Brie Larson) ผู้รับบท กัปตันมาร์เวล ก็ได้ออกมาโพสต์อินสตาแกรมแสดงความยินดีที่หนังเรื่องนี้ทำรายได้ทะลุหลักพันล้านเหรียญว่า

เด็กสาวของเรา แครอล แดนเวอร์ส ได้ร่วมกลุ่มพันล้านเหรียญแล้ว ขอบคุณอย่างไม่มีที่สิ้นสุดกับทุก ๆ คน ที่ช่วยให้พวกเราข้ามผ่านหลักไมล์ที่สำคัญนี้ไปได้ มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เราได้แชร์ตัวละครตัวนี้ให้โลกได้รู้จัก ฉันรักที่ได้เห็นหลายคนแต่งตัวเป็นกัปตันมาร์เวล ทำแฟนอาร์ต และประโยคเด็ด ๆ ที่เขียนถึงซูเปอร์ฮีโร่ของเรา เป็นกำลังใจให้กับทุกคนนะ สูงกว่า ไกลกว่า เร็วกว่า 

ข้อมูลจากเว็บไซต์ comicbook.com

Avengers: Endgame

หลังจากเหตุการณ์ทำลายล้างเหล่าสิ่งมีชีวิตไปครึ่งจักรวาลใน หนัง Avengers: Infinity War(2018) ทำให้จักรวาลอยู่ในความหายนะ และด้วยความเชื่อเหล่าจากพันธมิตร เหล่าอเวนเจอร์สจึงกลับมารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อแก้ไขในสิ่งที่ธานอสได้ทำไว้ และทำให้จักรวาลกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง

Avengers: Endgame เข้าฉายในไทย 24 เมษายน 2019

คริส เฮมส์เวิร์ธ ปล่อยคลิป นั่งเครื่องบินมุ่งหน้าสหรัฐฯ​ โปรโมตหนัง Avengers: Endgame

1 เมษายน ฤกษ์ดีที่แผนการโปรโมตหนังรวมดาวซูเปอร์ฮีโร่ Avengers: Endgame ของเหล่านักแสดงเริ่มต้นขึ้น โดย คริส เฮมส์เวิร์ธ (Chris Hemsworth) ก็ได้โพสต์คลิปที่เขากำลังอยู่บนเครื่องบินส่วนตัว พร้อมกับบอกว่าเขาเตรียมเดินสายไปโปรโมตหนังตามที่ต่าง ๆ แล้ว

Embedded video

Chris Hemsworth

@chrishemsworth

.@Avengers press tour let’s roll!! @RobertDowneyJr @azzagrist

8,562 people are talking about this

คริส เฮมส์เวิร์ธ ได้บอกถึงตารางการเดินสายแบบคร่าว ๆ ให้ได้รู้กันว่าตอนนี้เขากำลังบินไปที่สหรัฐอเมริกาเป็นที่แรก จากนั้นก็ไปลอนดอน สหราชอาณาจักร ไปเอเชีย ไปจีน แล้วกลับมาที่สหรัฐอเมริกาอีกครั้ง ก่อนที่หนังจะเข้าฉายในวันที่ 24 เมษายนนี้

Avengers: Endgame

หลังจากเหตุการณ์ทำลายล้างเหล่าสิ่งมีชีวิตไปครึ่งจักรวาลใน หนัง Avengers: Infinity War(2018) ทำให้จักรวาลอยู่ในความหายนะ และด้วยความเชื่อเหล่าจากพันธมิตร เหล่าอเวนเจอร์สจึงกลับมารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อแก้ไขในสิ่งที่ธานอสได้ทำไว้ และทำให้จักรวาลกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง

Avengers: Endgame เข้าฉายในไทย 24 เมษายน 2019

กัปตันอเมริกา และ ไอออนแมน ในชุดใหม่ล่าสุด จากโมเดลของเล่นหนัง Avengers: Endgame

ภาพโมเดลตัวละครซูเปอร์ฮีโร่จาก หนัง Avengers: Endgame ยังคงมีออกมาให้แฟนหนังทั่วโลกได้เห็นกันอย่างต่อเนื่อง และคาดเดาว่าสิ่งที่ได้เห็นจากของเล่นจะได้เห็นในหนังตัวเต็มหรือไม่

ล่าสุดอินสตาแกรม thai_superhero ได้ลงภาพของโมเดลสองซูเปอร์ฮีโร่ตัวสำคัญของเรื่องอย่าง กัปตันอเมริกา และ ไอออนแมน ที่ใส่ชุดใหม่ให้ดูกัน ซึ่งชุดที่ทั้งสองใส่นั้นเหมือนกับชุดที่ ธอร์ และ ฮัลก์ ใส่ก่อนหน้านี้

อ่านต่อ อาวุธของฮัลก์ และ สองฮีโร่กลับมา ในภาพของเล่นจากหนัง Avengers: Endgame

ข้อมูจากเว็บไซต์ heroichollywood.com

Avengers: Endgame

หลังจากเหตุการณ์ทำลายล้างเหล่าสิ่งมีชีวิตไปครึ่งจักรวาลใน หนัง Avengers: Infinity War(2018) ทำให้จักรวาลอยู่ในความหายนะ และด้วยความเชื่อเหล่าจากพันธมิตร เหล่าอเวนเจอร์สจึงกลับมารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อแก้ไขในสิ่งที่ธานอสได้ทำไว้ และทำให้จักรวาลกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง

Avengers: Endgame เข้าฉายในไทย 24 เมษายน 2019